2007/Jan/18

สมัยเด็กผมแอบคิดเสมอว่าทำไมวันเด็กถึงไม่เป็นวันอื่นที่ไม่ใช่วันเสาร์

เพราะจะได้หยุดเรียน เพื่อออกเที่ยวงานวันเด็ก มันคงสนุกมากกว่า

เพราะความรู้สึกว่าเราได้มาเที่ยวแทนการนั่งเรียน มานี มานะ มามะ มาโรงเรียน

วันครูก็เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญ วันที่ผมข้องใจว่า

ทำไมถึงไม่มีการหยุดเรียนในวันครู ให้ครูได้ออกเที่ยวอย่างงานวันเด็กบ้าง

นอกจากไม่ได้หยุดแล้ว วันครูยังไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรพิเศษๆ

ในวันครูนี้สักเท่าไร จะมีก็เพียงการบอกกล่าวว่าเป็นวันครูกันบ้าง

ทางโทรทัศน์บ้าง วิทยุบ้าง และทางปฏิทิน ซึ่งปฏิทินบางอันก็ไม่ได้บอกไว้ด้วยซ้ำ

นับวันอาชีพครูยิ่งจะถูกให้ความสำคัญน้อยลง 

ทั้งที่แท้จริงแล้วความสำคัญของครูต่อสังคมนั้นมากโข

สังคมมันเริ่มเสื่อมลง ครูนี่แหละจะเป็นตัวแปรสำคัญในการปรับปรุงมันให้ดีขึ้น

แต่ดูสิ สิ่งที่คนเลวๆ มันทำ นอกจากไม่ให้ความสำคัญ มันยังทำร้ายครู

จนวันครู กลายเป็นวันที่ต้องเผาร่างไร้วิญญาณของครูดีดีคนหนึ่ง

หลังจากผ่านวันเด็กมาผมเชื่อว่า ยังคงมีเด็กที่ตอบว่า 

โตขึ้นหนูอยากเป็นคุณครู แต่คงวงเล็บในใจว่าขอไม่ลงไปสอนทางใต้

ดังนั้นจำนวนเด็กที่จะพูดแบบนี้คงน้อยกว่าเด็กที่บอกว่า 

หนูอยากเป็นนักร้องก็เป็นได้

ผมก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดจะเป็นครูเลยตั้งแต่ไหนแต่ไร

ไม่ใช่เพราะครูไม่ดี แต่ในความคิดผมตอนนั้น ครูน่าจะเป็นผู้หญิง

ผู้หญิงเหมาะที่จะเป็นครูที่สุด ด้วยบุคลิกที่ดูเป็นมิตรกับเด็กๆ 

มากกว่าครูผู้ชายที่ส่วนใหญ่เป็นครูพละ ซึ่งวันๆก็ไม่ได้ทำอะไร

นอกจากสอนออกกำลังกาย แล้วก็จบกัน ตบมือสามแปะ ร้องเย้

แล้วแยกย้าย

แต่ต่อจากนี้ ครูเป็นอาชีพที่ผมกำลังขวนขวายที่จะเป็น

ถ้าจะให้บอกเหตุผลว่าทำไม คงต้องเล่ากันยาว

สรุปง่ายๆ ก็คือ ผมกำลังจะมีโอกาสได้เป็นคุณครูหรืออาจารย์ที่นักเรียนโตๆชอบเรียกกัน

และผมก็ไม่อยากปล่อยโอกาสที่ดีนี้ไป

บางทีอาชีพครูอาจจะเหมาะกับผม บางคนบอกผมอย่างนั้น

แต่ผมกับคิดว่าผมยังไม่เหมาะกับการเป็นครูสักเท่าไร

ผมหวังไว้ว่า อีก 2-3 ปี ข้างหน้า ผมจะต้องมีศักยภาพพอที่จะใช้คำว่า

ผมเหมาะกับอาชีพครู ให้ได้สักที

การเป็นครูมันมากกว่าความรู้ที่มีในรอยหยักสมอง

แต่ต้องมีใจด้วย และไม่ใช่แค่ใจของตัวเองคนเดียว 

ครูต้องดึงใจของนักเรียนออกมาด้วยให้ได้

ผมมีโอกาสเจอเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยสองคน

ในต่างที่ต่างเวลา มันทั้งคู่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยคนล่ะที่

และมันทั้งคู่มีเหตุผลง่ายๆ ในการเป็นครู คือ

กูไม่อยากเรียนว่ะ

กูอยากเอาทุนไปเรียนต่อว่ะ

เหตุผลจากแกนเดียวกัน แต่ต่างขั้วกัน

จากคำตอบของเพื่อนทั้งสอง ผมมองเห็นทางสามแพ่งทางความคิด

เพราะผม มาเรียนต่อโดยที่กำลังจะกลับไปเป็นครู

เราสามคนอยู่บนปลายของทางสามแยก 

โดยมีคำว่า ครู อยู่ตรงกลางสามแยกนั้น เป็นเหมือนวงเวียน

คุณพอรู้กันไหมว่าเค้ามีวงเวียนกันไว้ทำไม

ตอบแบบติดตลก ก็เอาไว้ให้รถวนเล่นไง

แต่ถ้าสังเกตดูดีดี ในหลายๆวงเวียน จะเป็นอนุสาวรีย์ หรือ อนุสรณ์สถาน

ที่มีความสำคัญในการรำลึกทุกคุณค่า คุณประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต

ซึ่งไม่ต่างกับอาชีพครู ถ้ามองอย่างผิวเผิน

ครูก็เป็นแค่อาชีพที่เงินเดือนก็น้อย อำนาจบารมีก็ไม่มี

ถ้าเรามองได้แค่นั้น เราก็ไม่ต่างกับแท็กซี่ขับรถวนรอบวงเวียน 

กวาดตาหาผู้โดยสารริมทาง โดยไม่ได้เห็นค่าแท้จริงของวงเวียนนั้น

เราลองหยุดดูใจกลางวงเวียนดูบ้าง

แล้วเราจะได้เห็นว่า ครูสำคัญมากกว่าแค่เป็นที่ให้เราวนรถแล้วแล่นผ่านไป

Comment

Comment:

Tweet


พูดคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ
http://clubrot.com/cars
#14 by เที่ยวไทย At 2007-09-08 08:13,
ครูที่ดีต้องรอบรู้
ครูที่รอบรู้ต้องรู้จักขวนขวาย
ครูที่ขวนขวายต้องรู้จักเปิดตัวเอง
และครูที่รู้จักเปิดตัวเองก็ต้องรู้จักตัวเองก่อน.......ที่จะรู้จักคนอื่น



อนุสาวรีย์ชัยรถติดอ่ะ แต่ก็ต้องผ่านไปทำงานทุกวัน (เกี่ยวกันไม๊เนี๊ยะ)
#13 by 9791 gnuk (203.209.25.129) At 2007-04-25 16:31,
ครูตำแย!!!! http://thatree.exteen.com
#12 by ธาตรี (203.151.46.130 /10.4.1.163) At 2007-04-25 16:02,
อ่า อยากเป็นครูหรือนี่ อึ้มมม... มาสอนเราคนแรกได้มั้ย
#11 by ~oLo~ (203.170.254.18 /10.3.40.176) At 2007-04-10 20:24,
ถ้าเม้นที่ 9 + น้ำเป็นคุณครูเมื่อไหร่
ห้องเรียนคงคึกคักดี นึกภาพออกเลย
#10 by jummdcu (125.24.150.134) At 2007-03-29 17:13,
ไอ้น้ำ
กูขอสนับสนุนให้มึงเป็น "ครู"
และเชื่ออย่างยิ่งว่า มึงจะเป็น "ครูที่ดี"
(ขอแค่อย่าหวั่นไหวกับนักเรียนสาวมากนัก)

ขอแนะนำหนังสือสองเล่ม ที่จะทำให้มึงอยากเป็น "ครู"
และเห็นความสนุกของความเป็น "ครู" จนตัวสั่น

นอกจาก "GTO" แล้ว ขอแนะนำ "โลกนี้มันช่างยีสต์" ของ แทนไท ประเสริฐกุล
และ blog blog ของ อ.ปกป้อง จันวิทย์ (ในนามปิ่น ปรเมศวร์)

มายืมกูได้ แต่คืนด้วย
หนังสือกูอยู่ที่มึงสิบเล่มยังไม่คืน เวรแท้!

ขอให้ได้เป็น "ครู"
และมุ่งมั่นกับการเป็น "ครู" ที่ดีนะเพื่อน
อ้อ คลาสไหนนักเรียนน่ารัก จะเชิญกูไปเป็น "ครูรับเชิญ" ก็มิรังเกียจแต่อย่างใด

ดีใจที่ได้อ่านบล็อกวันนี้
#9 by A+ At 2007-03-24 17:03,
คุณครูครับ คุณครูครับ
สมมุตินะครับสมมุติ...

สมมุติว่าคุณครูน้ำเจอเด็กที่ไม่สนใจการเรียนเลย คุณครูน้ำจะทำยังไงดีครับ

ปล.คุณครูน้ำจะสอนวิชาอะไรฮับ
#8 by แขก (125.24.220.45) At 2007-01-21 15:01,
เราเองเคยคิดจะเป็น"คุณครู"นะ แต่ว่าเราเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียนเท่าไหร่(ฮ่าๆๆ) กลัว"ดาบนั้นคืนสนอง"น่ะ อิอิอิ
#7 by Minkky (202.28.181.7 /10.90.4.60) At 2007-01-19 12:06,
อ้อ ! ฝากบอกน้ำด้วยว่าจะรอคุณครูที่ดีของนักเรียนกลับมานะ
ขอให้ฝันเป็นจริงค่ะ
#6 by jummdcu (125.24.134.67) At 2007-01-18 23:52,
ถูกต้องแล้วล่ะที่คุณครูเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่จะทำให้ประชากรคนนึงเติบโตขึ้นมาได้ดีหรือไม่
พูดแล้วก็คิดถึงคุณครูทั้งหลายของฉันขึ้นมาซะแล้วซิ
อยากจะบอกว่าขอบคุณนะคะที่ผลิตเด็กวันนั้น ให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันนี้
#5 by jummdcu (125.24.134.67) At 2007-01-18 23:43,
ชั้นชักอยากเป็นครูแล้วซิ
#4 by jeabjajeab (203.131.208.146) At 2007-01-18 14:32,
เอ เอาอะไรมาวัด (จ๊าก มิใช่ปิ่นโตนะ) ว่าตรงไหนเหมาะจะเป็นครู
เราว่า ตรง ศีลธรรม เหมาะสุดนะจ๊ะ
#3 by pattararanee (125.25.130.154) At 2007-01-18 13:53,
ครู : อาจารย์

#2 by iuo At 2007-01-18 09:53,
จริง ๆ แล้วความเป็นครูไม่ได้อยู่แค่ใน รร. ค่ะ
เราก็ต่างเคยเป็นครูที่พร่ำบอก พร่ำสอน รุ่นน้อง ไม่ใช่เหรอคะ ถ้ายังไม่พร้อมที่จะเป็นครูที่อยู่ใน รร. ก็เป็นครูให้กับสังคมรอบข้างไปก่อนได้ค่ะ
#1 by yayaa (203.188.57.76) At 2007-01-18 08:58,